ร้านซูชิราคาไม่แพง

ในปัจจุบัน ร้านอาหารญี่ปุ่นต่างๆที่ผุดขึ้นมาอย่างมากมายทั้งแบบธรรมดา และแบบบุฟเฟ่ต์
ราคาตั้งแต่หลักสิบจนถึงหลักหมื่นเลยก็มี สำหรับมนุษย์เงินเดือนแล้ว คงต้องหาที่กินที่อร่อย ประหยัด
และได้คุณภาพ วันนี้จึงมาแนะนำร้านอาหารญี่ปุ่นราคารเบาๆแบบสบายกระเป๋ากัน
1.ไข่หวานบ้านซูชิ
ร้านซูซิราคาประหยัดเเต่มีความอร่อยไม่ประหยัด ร้านนี้ตั้งอยู่เมืองทอง ร้านนี้คือร้านที่เหล่าสาวกซูซิห้ามพลาด
มีหน้าให้เลือกหลากหลาย ราคาเริ่มต้นที่ชิ้นละ10-20บาทเท่านั้น
นอกจากซูซิเเล้วยังมีซาซิมิเเซลมอนเเล่คุณภาพดี ราคาเพียง 150 บาทเท่านั้น
2. อร่อยจัง เทอริยากิ ร้านอาหารญี่ปุ่นชื่อดังข้างทาง ด้วยเมนูอาหารญี่ปุ่นราคาประหยัดแต่คุณภาพดี
แถมอร่อยถูกปากคนไทยจึงทำร้านนี้ เป็นร้านอาหารโปรดในดวงใจของใครหลายคน
โดยราคาอาหารร้านนี้เริ่มต้นที่ 38 บาทและยังมีเมนูให้เลือกหลากหลายอีกด้วย
3. Sousaku เป็นอีกร้านอาหารญี่ปุ่นบรรยากาศดี มีเมนูหลากหลาย โดยเฉพาะ Negi Otoro Jumbo
ชิ้นโต พร้อมไข่ปลาอร่อยแบบเต็มปากเต็มคำ นอกจากนี้ยังมีปลาดิบที่พลาดไม่ได้อย่าง Salmon-Otoro
Twist, Salmon Toro Aburi, Marugoban Toro Aburi ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 80 บาท
4.ร้าน ISAO ร้านนี้ตั้งอยู่ที่ สุขุมวิท ซอย 31 เอกลักษณ์ของร้านนี้คือ เซตของข้าวปั้น, ซูชิ หรือปลาดิบ
คือสิ่งที่โดดเด่นของร้าน นอกจากนี้ยังมีเต้าหู้ทอดที่ราดด้วยซอสงาแบบญี่ปุ่น
ซึ่งที่เด็ดอยู่ที่ซอสงาสูตรลับที่ทางร้านพิถีพิถันในการปรุงแต่งเพื่อให้ ถูกปากลูกค้า
และยังเป็นเมนูยอดฮิตของทางร้านอีกด้วย ราคาก็ไม่แพงอย่างที่คิด ราคาต่อจานตั้งแต่หลักร้อยต้นๆ
ไม่แพงเลยเมื่อเทียบกับคุณภาพอาหารแล้ว
5.Yashima เป็นอีกหนึ่งร้านที่อาหารทำโดยคนญี่ปุ่นในราคาย่อมเยา ด้วยราคาเป็นมิตร พร้อมด้วยปริมาณ
และคุณภาพที่เกินราคา ทำให้ร้านยาชิมะมีลูกค้าอย่างหนาแน่น ด้วยราคาเริ่มต้นเพียง 69 บาท
ส่วนใครชอบแซลมอนซาชิมิ ทางร้านก็มี ราคาเพียง 119 บาท
และมีอีกหลากหลายเมนูที่น่าลองแบบอร่อยและยังสบายกระเป๋าอีกด้วย
6.ร้าน SUSHIOO ร้านนี้มีทั้งหมด 3 สาขา Mercury , The Street(รัชดา), Victoria
Garden(เพชรเกษม) เมนูที่เราจะมาแนะนำวันนี้คือ…ซูชิหน้าปลาไหล ด้วยรสชาติที่นุ่มละมุนลิ้น
หอมกลิ่นปลาไหลย่างถือว่าเป็นซิกเนเจอร์ของร้านเลยก็ว่าได้ จุดเด่นของร้านคือซูชิ 1 คำจะเท่ากับซูชิ 2
คำวิธีซ้อนปลาลงบนข้าวปั้นอีกชั้นเป็น 1 คำจะมีปลา 2 ชั้น ราคาเริ่มต้นที่ 40 บาทเท่านั้น…

715-663-7399

น้ำตกแม่ยะ อยู่ทางเดียวกับทางไปเที่ยวดอยอินทนนท์ หากใครมีโอกาสไปเที่ยวดอยอินทนนท์
ก็ลองแวะไปชมความสวยงามยิ่งใหญ่ ได้เลยรับรองไม่ผิดหวังแน่นอน ในเส้นทางขึ้นดอยอินทนนท์มีน้ำตกหลายแห่งเช่น
น้ำตกสิริภูมิ น้ำตกแม่กลาง น้ำตกสิริธาร น้ำตกวชิรธาร ฯลฯ แต่น้ำตกแม่ยะ บอกได้เลยว่าสวยสุดๆ
และเคยเป็นน้ำตกที่สวยที่สุดของประเทศไทย ก่อนที่น้ำตกทีลอซู ที่จังหวัดตาก จะถูกปรับขึ้นไปเป็นอันดับที่ 1 แทน
หากมาถึงลานจอดรถน้ำตกแม่ยะแล้ว จะต้องเดินเท้าเข้าไปอีก 500 เมตร
ถึงจะเจอกับน้ำตกแม่ยะความสวยงามของน้ำตกแม่ยะที่ธรรมชาติสร้างนี้เกิดจากสายน้ำจากลำห้วยแม่ยะตกได้ตกจากหน้าผาสูงชันไหลลดลงมาประมาณ 30ชั้นโดยความสูงทั้งหมด ประมาน 270 เมตร
ในช่วงฤดูฝน สายน้ำที่ไหลลินลงมาจะแผ่กว้าง กินบริเวณไปไกลมากกว่า 100 เมตร ละอองไอน้ำกระจายเต็มไปหมด
แล้วลินไหลลงไปรวมกันที่แอ่งน้ำด่านล่าง ดูแล้วเพรินตา ฟินสุดๆ
แต่ต้องระวังระวังเรื่องของพื้นที่ที่เจ้าหน้าที่ติดป้ายเตือนห้ามเล่น ซึ่งในบางส่วนของน้ำตก เป็นผาชะง่อนหิน
ให้เข้าไปหลบน้ำที่ตกลงมาโดยเรายืนมองอยู่ในม่านน้ำ สัมผัสกับความสวยสดงดงามของธรรมชาติอีกมุมมองหนึ่ง
แล้วลงเล่นน้ำที่แอ่งด้านล่างอย่างสุดเหวียง
น้ำตกแม่ยะใน ฤดูแล้ง ปริมาณน้ำ จะลดลงมาก แต่สายน้ำตกจะดูใสสะอาดกว่าฤดูอื่นๆ
บริเวณน้ำตกแม่ยะ เป็นป่าไม้พรรณไม้ร่มรื่นเหมาะสำหรับการ ไปเที่ยว พักผ่อนหย่อนใจ ทางด้านท้ายน้ำตกแม่ยะ
จะเป็นการไฟฟ้าฝ่ายผลิต ได้ติดตั้งโรงไฟฟ้าพลังน้ำ หรือกังหันลม เพื่อนำน้ำมาผลิตกระแสไฟฟ้าอีกด้วย
นักท่องเที่ยวท่าใดที่เอาเต้นท์มาก็สามารถมากางพักแรมที่น้ำตกแม่ยะได้
แต่ต้องติดต่อขอสถานที่กางเต้นท์กับเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ทางอุทยานจะไม่มีเต้นท์ให้เช่า
ส่วนการเดินทางมาน้ำตก เเม่ยะ มีดังนี้
มุ่งตรงไปทางทิศใต้ ใช้เส้นทางหมายเลข 108 (เชียงใหม่-ฮอด) ระยะทางกว่า 60 กิโลเมตร จะเจอ ทางสามแยก ซึ่งเป็นทาง
แยกเดียวกับทางขึ้นดอยอินทนนท์ จากนั้น เลี้ยวไปทางด้านขวา ตรงเข้าทางหลวง 1009 ไปประมาณ 1 กิโลเมตร
เลี้ยวซ้ายเข้าไป 14 กิโลเมตร และเดินเท้าเข้าไปไกลกว่า 200 เมตร ก็จะพบกับน้ำตกแม่ยะ นั้นเอง…

6474963784

เวลา
เวลาที่บาหลีจะเร็วกว่าประเทศไทย 1 ชั่วโมง
อย่าลืมปรับนาฬิกาเพื่อความสะดวกในการนัดหมาย
สภาพอากาศ
อุณหภูมิที่บาหลีประมาณ 25-32 องศาเซลเซียส อาจมีฝนตกเล็กน้อยในบางช่วง
ระบบไฟฟ้า
บาหลีใช้ไฟ 220 VAC 50 Hz เหมือนกับเมืองไทย
แต่รูปแบบปลั๊กจะเป็นหลุมลงไป และ มีรูกลม 2 รู บางโรงแรมจะมี Adaptor แปลงให้
แต่ควรมีปลั๊กหรือ Adapter ติดตัวไปด้วย
โทรศัพท์
ค่าโทรศัพท์กลับมาเมืองไทยจะตกอยู่ที่นาทีละ 10,000 รูเปียห์
หากต้องการโทรกลับประเทศไทย จะต้องกดหมายเลขดังนี้
กรุงเทพฯ : กด 006610 + รหัสประเทศ (66) + เบอร์ปลายทาง
เบอร์มือถือ : กด 006610 + รหัสประเทศ (668) + เบอร์ปลายทาง
การเตรียมเสื้อผ้า
แต่งกายด้วยเสื้อผ้าสวมใส่สบาย หากต้องการเข้าชมวัด ควรแต่งตัวให้เรียบร้อย
ใส่เสื้อมีแขน ไม่เปิดไหล่ ไม่ใส่กางเกงขาสั้น หรือ กระโปรงสั้น หรือนุ่งโสร่งของทางวัด
ซึ่งจะมีให้เช่าตามวัดใหญ่ๆ และทุกคนต้องใช้ผ้าคาดเอว ส่วนใหญ่จะให้บริการฟรี
ทางที่ดีถ้ามีโปรแกรมเข้าวัดเยอะๆ ก็ควรพกผ้าคาดเอวส่วนตัวไป
อาหารและเครื่องดื่ม
ส่วนใหญ่จะเป็นอาหารรสชาติเข้มข้นด้วยเครื่องเทศต่างๆ
ของที่ระลึกภาพวาด
ภาพวาดของชาวบาหลีมีความสวยงามไม่เหมือนใคร ผู้ที่ชื่นชอบภาพวาดสวยๆ
มักไม่พลาดที่จะหอบหิ้วงานฝีมือของจิตรกรชาวบาหลีกลับมาตกแต่งบ้านด้วย
เครื่องเซรามิก
ถ้วย จาน ชาม ภาชนะอื่นๆ หรือของประดับตกแต่งบ้าน
เครื่องประดับ
การออกแบบเครื่องประดับของชาวบาหลีมีความสวยงามและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวสูง
เป็นการรวมเอาฝีมือแบบดั้งเดิมผสมผสานเข้ากับความทันสมัยในปัจจุบัน ได้อย่างลงตัว
หน้ากาก
ถือเป็นของฝากที่ขึ้นชื่อของบาหลี และเป็นที่นิยมอย่างมาก
หน้ากากจะใช้ไม้แกะสลักเป็นตัวละครต่างๆ หลากหลายอารมณ์และสีสันสะดุดตา
ผ้า
ผ้าของบาหลีนั้นโดดเด่นด้วยความหลากสีสัน หลายเนื้อผ้า และการทอที่ปราณีต
รวมทั้งมีลวดลายเฉพาะตัวจึงเป็นที่นิยมชมชอบของนักท่องเที่ยว
อย่างไรก็ตามในการซื้อของเหล่านี้ อาจต้องอาศัยการต่อรองราคา
เนื่องจากราคาที่ตั้งสำหรับนักท่องเที่ยวนั้นจะสูงมาก หากเป็นนักต่อรองราคาแล้ว
ก็จะสามารถซื้อของได้อย่างสบายใจ ที่สำคัญต้อง
ตรวจสอบราคาที่ตกลงกันไว้ให้ดีก่อน
ข้อแนะนำในการเที่ยวบาหลี
1. อย่าเดินเหยียบเครื่องบูชาที่วางไว้ตามพื้น
2. อย่าแตะศรีษะผู้อื่น เนื่องจากเป็นสิ่งที่ไม่สมควรอย่างยิ่งสำหรับศาสนาฮินดู
นอกจากนั้นจะต้องไม่รับหรือส่งของด้วยมือซ้าย ซึ่งที่บาหลีถือว่าเป็นมือ
สำหรับชำระล้างในห้องน้ำ
3. สำหรับผู้หญิง ห้ามเข้าวัดหากอยู่ในระหว่างมีประจำเดือน
4. ในการเข้าชมวัด นอกจากต้องแต่งตัวเรียบร้อยแล้ว
ทุกคนต้องใช้ผ้าคาดเอวซึ่งส่วนมากจะให้บริการฟรี แต่มักมีการเก็บเงิน
หากมีโปรแกรมเข้าวัดหลายๆ ที่ แนะนำให้พกผ้าคาดเอวส่วนตัวไปด้วย
5. หากเข้าวัด ไม่ยืนค้ำคนที่นั่งไหว้อยู่หรือยืนค้ำเครื่องบูชา
และไม่ควรถ่ายรูปโดยใช้แฟลช…

ยะลา ไม่น่ากลัวอย่างที่คิด!

แน่นอนว่าหากจะพูดถึง ยะลา เชื่อเหลือเกินว่า จากข่าวสารที่แพร่ออกมา
ซึ่งถือเป็นพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
ทำให้หลายคนหวาดหวั่นในเรื่องความปลอดภัย หากจะเดินทางไปเที่ยว
อย่างไรก็ตามแท้จริงแล้ว จังหวัดแห่งนี้ ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด
เพราะที่นี่เต็มไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวหลากหลายที่น่าสนใจ
ที่สำคัญยังโดดเด่นเรื่องวัฒนธรรมด้วย ที่ผสมผสานกับทั้งชาวพุทธ และอิสลาม เข้าด้วยกัน และวันนี้เราจะพามารู้ว่า เที่ยวยะลา
ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด
เริ่มจาก มัสยิดกลางอําเภอเบตง อิหม่ามหะยีหะมะ ดาเดะ
เป็นมัสยิดที่ถูกก่อสร้างขึ้น โดยการเก็บรวมรวบเงินจากชาวมาลยู
ซึ่งไฮไลต์ของมัสยิดแห่งนี้ ยึดโครงสร้างและรูปแบบมาจากประเทศมาเลเซีย
เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในศูนย์รวมใจและมัสยิดที่สวยที่สุดในประเทศไทยอีกหนึ่งแห่ง
ต่อมาเป็น ป้ายใต้สุดสยาม
แม้ว่าป้ายแห่งนี้จะไม่มีประวัติความเป็นมาอะไรมากนัก
แต่ก็เป็นป้ายสัญลักษณ์ที่สำคัญ เพราะเป็นป้ายกั้นเขตระหว่าง ประเทศไทยและ ประเทศมาเลเซีย
ที่สำคัญยังมีเอกลักษณ์ลายเส้นแผนที่ประเทศไทยสีทองโดดเด่นสลักบนป้ายหินอ่อน
เรียกได้ว่าหากใครแวะผ่านมาแถวนี้ ต้องไม่ลืมเซลฟี่เก็บไว้เป็นที่ระลึก
ปิดท้ายกันที่ พระมหาธาตุเจดีย์พระพุทธธรรมประกาศ ที่นี่เป็นมหาธาตุเจดีย์
ที่สวยงามที่สุดในภาคใต้ มีความกว้าง 39 เมตร สูง 39.9 เมตร
แถมยังมีเอกลักษณ์เป็นสีทอง เรียกได้ว่า เที่ยวยะลา ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด
และ ยังมีอีกหลายสถานที่ที่เราไม่ได้แนะนำ แต่ถ้าใครอยากรู้
ต้องลองไปสักครั้งในชีวิต
ขณะเดียวกัน เราเชื่อเหลือเกินว่า จังหวัดยะลาแห่งนี้นั้น
ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆอีกมากมาย และนั่นแสดงให้เห็นว่า
หนึ่งในจังหวัดสามชายแดนใต้แห่งนี้ ไม่น่ากลัวอย่างที่คิด…

(681) 225-8389

หนึ่งในปัญหาที่นักท่องเที่ยวมักจะถูกตั้งคำถามก็คือ
การไปเที่ยวแต่ละครั้งที่ต้องใช้เงินเยอะ
มันถือว่าเป็นการใช้จ่ายที่ฟุ่มเฟือยหรือเปล่า เรามาหาคำตอบกัน

การท่องเที่ยวเป็นหนึ่งในกิจกรรมของมนุษย์โลก
เป็นการออกไปเปิดหูเปิดตาพบเจอกับอะไรใหม่ๆ
อันที่จริงมันก็เหมือนกับกิจกรรมยามว่างอย่างอื่นของคนเรานั่นแหละ
ไม่ว่าจะเป็นการทำอาหาร, การเล่นกีฬา หรือว่าการไปช็อปปิ้ง
มันคือเรื่องของความชอบที่แต่ละคนก็ชื่นชอบและสนใจแตกต่างกันออกไป

การท่องเที่ยวภายในประเทศนั้นมีค่าใช้จ่ายที่น้อยกว่าการเดินทางไปยังต่างประเท
ศ แต่มันก็ยังถือว่าต้องใช้เงินอยู่ดี ทั้งค่าเดินทาง, ค่าที่พัก
รวมไปถึงค่าใช้จ่ายจิปาถะอื่นๆ ขณะที่การท่องเที่ยวต่างประเทศ
ต้องใช้เงินมากกว่านั้น เพราะการเดินทางนั้นส่วนใหญ่ก็ต้องไปด้วยเครื่องบิน
รู้กันอยู่แล้วว่าต้องใช้เงินหลายพันไปจนถึงหลายหมื่น ขณะที่ค่าใช้จ่ายอื่นๆ
เช่นค่าเดินทางในประเทศนั้นๆ, ค่าที่พัก, ค่าอาหาร ฯลฯ
มันก็ต้องใช้จ่ายไม่ใช่น้อยๆ

สิ่งที่เราได้รับกลับมาในสายตาของคนที่ไม่ชอบการท่องเที่ยว
อาจจะมองว่ามันไม่ได้อะไรเลย เพราะไปตัวเปล่าก็กลับมาตัวเปล่า
(อันนี้ไม่นับไปถึงเสื้อผ้าข้าวของเครื่องใช้ที่เตรียมไปด้วยนะ)
แต่สิ่งที่ร่อยหรอไปก็คือเงิน นั่นก็คือมุมมองของพวกเขาเหล่านั้น
แต่ในมุมมองของคนที่ชื่นชอบการท่องเที่ยว
สิ่งที่ได้รับกลับมานั้นไม่สามารถตีเป็นมูลค่าได้เลย นั่นก็คือประสบการณ์

ใช่แล้ว การท่องเที่ยวนั้นคือการออกไปสัมผัสกับประสบการณ์ใหม่ๆ
เป็นเรื่องราวที่เราจะสามารถนำเอาไปเล่าไปพูดคุยกับใครต่อใครได้ไม่รู้จบ
อีกทั้งยังได้โอกาสเก็บภาพความประทับใจสวยๆ
ในแบบที่ไม่สามารถไปเสิร์ชหาในอินเทอร์เน็ตได้ด้วย

มันคือความสุขในอีกรูปแบบหนึ่งที่คนชื่นชอบการท่องเที่ยวนั้นชอบดี
และด้วยการที่โลกได้หมุนเปลี่ยนผ่านยุคสมัยมาจนถึงขณะนี้
ความชื่นชอบการท่องเที่ยวก็ยังสามารถยึดเป็นอาชีพหลักหรืออาชีพเสริมได้อีกด้วย
จะเห็นได้ว่ามีบล็อกเกอร์หลายคนที่สามารถทำเงินได้จากการไปท่องเที่ยวที่ต่างๆ
และนำเอาประสบการณ์นั้นมาถ่ายทอดในรูปแบบของพวกเขาเหล่านั้น

เมื่อมองแบบนี้แล้วจึงไม่น่าแปลกใจเลยที่นักท่องเที่ยวจะยังคงตั้งใจทำงานหาเงินเ
พื่อกลับไปท่องเที่ยวอยู่เรื่อยๆ แม้รู้อยู่แก่ใจว่าจะต้องมีค่าใช้จ่ายไม่น้อยก็ตาม
เพราะสิ่งที่ได้กลับมาจากการท่องเที่ยวแต่ละครั้ง
นั่นก็คือสิ่งที่ไม่สามารถประเมินเป็นมูลค่าได้
มันคือสิ่งที่เรียกว่าประสบการณ์นั่นเอง…

ภัตตาคารอาหารเก่าแก่ใน กรุงเทพฯ

เรือนเพชรสุกี้
ร้านสุกี้ในตำนานเจ้าเก่าที่โด่งดังเเละยอดนิยมตั้งเเต่สมัยรุ่ก่อน เเต่ความอร่อยไม่เปลี่ยนเเปลง
จุดเด่นของร้านอยู่ที่น้ำซุปที่อร่อยกลมกล่อมเเบบต้นตำรับดั้งเดิม เเละชุดสุกี้ที่มีให้เลือกทั้งเนื้อหมู เนื้อ ไก่
หรือทะเลที่คลุกเคล้ากับซอสเต้าเจี้ยวหอมๆ ตอกไข่ด้านบน เวลาทานก็เเค่คลุกเคล้ากันไข่ให้เข้ากัน
นำไปลวกหรือต้ม จิ้มน้ำจิ้มสูตรลับของร้านเเล้วเตรียมรับความอร่อย

อรรถรส
ร้านอาหารไทยโบราณตกแต่งในสไตล์ไทยร่วมสมัย สามารถเข้าถึงได้ง่าย เหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัย
มีมุมให้เลือกนั่งทั้งแบบ Indoor และ Outdoor ตกกลางคืนจะเปิดเป็นเพลงชิลล์ๆ นั่งฟังเพลินๆ
อาหารและเครื่องดื่มของที่นี่ล้วนมีเอกลักษณ์ ไม่ใช้ผงชูรสหรือใช้ให้น้อยที่สุด
อีกทั้งแต่ละเมนูล้วนมีเรื่องราวที่น่าสนใจ

Wine collection bar
ร้าน Wine ไวน์บาร์ และร้านอาหารเข้าไว้ด้วยกัน
ให้คุณได้อิ่มอร่อยไปกับอาหารฝรั่งหลากหลายเมนูให้เลือกรับประทาน และไวน์รสเลิศหลากชนิดจากทั่วทุกมุมโลก

childhood
คาเฟ่สีขาวภายในซอยสุขุมวิท 23 ภายในร้านถูกแต่งในสไตล์มินิมอลที่โดดเด่นด้วยสีขาวสะอาดตา
ร้านเน้นเสิร์ฟเมนูอาหารไทยฟิวชั่น นอกจากนี้ยังเมนูขนมหวาน และเครื่องดื่มให้เลือกอีกหลากหลายเมนู

ชังกี้ เบอร์เกอร์
ร้าน Burger สไตส์ Homemade ที่ทำเองทุกขั้นตอน ภายในร้านให้บรรยากาศที่อบอุ่น
เหมือนมาทานข้าวบ้านเพื่อน เป็นคอนเซ็ปต์ของความอบอุ่น โดยเมนูแนะนำเช่น Holy Cheese Burger,
Crispy Chicken & Caesar Burger, Holy Cheese Burger

ออนล็อกหยุ่น
ร้านสไตล์จีน แต่ซึมซับความเป็นไทยในสมัยเก่ามากขึ้น
หากใครต้องการตักบาตรตอนเช้าก็สามารถซื้ออาหารที่ร้านเพื่อนำมาใส่บาตรจากที่ร้านได้
เนื่องจากร้านเปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 05.30 – 16.00 น. อาหารขึ้นชื่อก็ได้แก่ ไข่ ดาว
หมูแฮม+ไส้กรอก+เบคอน+กุนเชียง ส่วนขนมปังสังขยาสีส้ม ถ้าใครมา ออน ล๊อค หยุ่น แล้วไม่ได้ลอง
ถือว่ายังมาไม่ถึง เพราะสังขยาสีส้มหอมหวาน ลองแล้วจะติดใจเหมือนมีแรงดึงดูดให้ต้องซื้อกลับไป
หมี่กรอบจีนหลี
ร้านหมี่กรอบสมัย ร.5 หรือเต็กเฮง หมี่กรอบจีนหลี คือร้านเดียวกันตั้งอยู่อยู่ท่าน้ำตลาดพลู
เป็นหมี่กรอบเจ้านี้เริ่มตั้งแต่รุ่นปู่ตกทอดจนมาถึงรุ่นลูกหลานต่างก็ได้
รับได้รับการถ่ายทอดและผัดหมี่มาจนถึงปัจจุบัน

ตะลิงปลิง
ร้านอาหารไทยใน บรรยากาศบ้านสวน ตกแต่งสไตล์โมเดิร์น
ตัวร้านเป็นกระจกเพื่อให้มองเห็นสวนผักและต้นไม้ได้ชัดเจน
พร้อมอิ่มอร่อยกับเมนูอาหารไทยหลากรสที่หาทานได้ยาก เช่นแกงคั่วหอยขม แกงใบชะคราม
น้ำพริกมะยม

สีลมภัตตาคาร
ร้านอาหารเก่าแก่ที่เปิดบริการมาอย่างยาวนานตั้งเเต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2
จนปัจจุบันก็ยังคงอยู่คู่ตำนานความอร่อยของร้านที่ใครที่ได้เเวะผ่านมาก็ ต้องเข้ามานั่ง
บรรยากาศในร้านให้อารมณ์ความรู้สึกแบบเก่าๆ ย้อนยุค จัดวางด้วยเฟอร์นิเจอร์แบบโบราณ…

ลำพูนจังหวัดที่น่าหลงไหลของเมืองไทย

จังหวัดทางภาคเหนือมีหลายที่ที่ชวนให้นักท่องเที่ยวได้ไปสัมผัสธรรมชาติเเละสิ่งที่สวยงาม
เเละหนึ่งในนั้นคือจังหวัดลำพูนที่มีที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจให้ใครต่อใครได้ไปชมไปดูของดีในจังหวัดนี้ที่มีความสวยงามอย่างมาก
ที่เเรกที่จะพาไปคือ การล่องเรือผ่านทะเลสาบแม่ปิง เพื่อไปดูโรงเรียนกลางน้ำ โรงเรียนที่เป็นสถานที่ถ่ายทำหนังคิดถึงวิทยานั้นเอง
หลายคนคิดกันไปว่าสวยขนาดนี้ต้องถ่ายที่ทะเลสาบเชี่ยวหลานใน จ.สุราษฏ์ธานี
แต่ตอนหลังก็มีเฉลยออกมาแล้วว่าถ่ายที่ อ.ลี้ จังหวัดลำพูน เเละการล่องเรือผ่านทะเลสาบน้ำปิง
สองข้างทางเป็นภูเขาสูงสลับซับซ้อน ตอนพระอาทิตย์ตกมีความสวยงามอย่างยิ่งเลยทีเดียว
สถานที่สุดสวยของจังหวัดลำพูนอีกที่ก็คือ น้ำตกก้อหลว น้ำตกสีสวย ใน อ.ลี้ น้ำสีฟ้า
เเละที่สำคัญสามารถเล่นน้ำได้ด้วยใครที่ไปต้องไปเล่นให้ได้เลย
ถ้าเรามองภาพจากด้านบนจะเห็นน้ำตกนี้เป็นรูปหัวใจด้วยละสวยจนต้องบอกกันต่อๆไปเลยทีเดียว
เที่ยวเเล้วเรามีทำบุญกันบ้าง วัดพระบาทห้วยต้ม
อยู่ที่ชุมชนพระบาทห้วยต้มเป็นชุมชนชาวกะเหรี่ยงที่ทานมังสวิรัติกันทั่วหมู่บ้าน
หมู่บ้านนี้แล้วจะรู้สึกได้เลยว่าวัฒนธรรมเปลี่ยนไปมาก เหมือนข้ามประเทศไปเลยทีเดียว
คนที่นี่ยังมีความเข้มแข็งในด้านวัฒนธรรมสูงมาก ตอนเช้ายังมาใส่บาทชวนกันเข้าวัดเหมือนสมัยก่อน
เราต้องทำตามประเพณีเขาถึงจะได้เข้าถึงวิถีชีวิตของเขาจริงๆ
เเละที่ต่อมาคือศูนย์หัตถกรรมและวัฒนธรรมกะเหรี่ยงบ้านห้วยต้ม
ด้วยภูมิปัญญาชาวบ้านที่บอกต่อกันมานานมาก ผู้หญิงที่นี่จะทอผ้าใช้เอง
แต่ในปัจจุบันเค้าก็รวมกลุ่มกันทอขาเเละถ้าอยากได้ชุดสวยๆที่ทำด้วยมือใส่ความตั้งใจลงไปจนออกมาเป็นชุดดีๆก็มาหาซื้อกันได้เลย
เเละเมื่อหิวอยากพักเหนื่อยก็ต้องมาที่ร้านโรงชา จาก อ.ลี้
ข้าสู่ตัวเมืองไปลองชิมร้านชาเลื่องชื่อที่ไม่ขายอะไรอย่างอื่นนอกจาก “ชา”
ที่นี่มีชาหลากหลายกลิ่นให้เลือกชิมรับรองว่าต้องติดใจเเน่นอน เเละยังมีร้านชีวิตชีวาเป็น
ร้านดังจากเชียงใหม่ที่มาเปิดสาขาเพิ่มที่ลำพูน อยู่ในห้างอร่อยมากเลยทีเดียว
หากหิวหนักก็ต้องเเวะชิม ข้าวมันไก่ไทยแลนด์ เป็นร้านเด็ด ข้าวมันไก่ไทยแลนด์ อร่อยจนเป็นของดีลำพูนเลย
เเละที่พลาดไม่ได้ในการไปจังหวัดลำพูนคือการเข้าไปสักการะบูชา พระธาตุหริภุญชัย
เป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองของลำพูนเเละประเทศไทยเลยก็ว่าได้ใครผ่านไปจังหวัดลำพูนก็ต้องเข้าไปกราบไหว้เเละเข้าไปทำบุญเพื่อความเป็นศิริมงคลเเก่ตนเอง
ลองดูเป็นเเนวทางนะครับเมื่อไปจังหวัดลำพูนเเล้วเราจะไปไหนกันดีที่เล่าบอกมานั้นเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมอย่างมาก
เป็นที่ขึ้นชื่อของจังหวัดลำพูนเเละหากได้ไปเเล้วคุณจะติดใจเเละจะประทับใจอย่างเเน่นอน…

5 สถานที่ต้องไปเที่ยวกาญจนาบุรี

สำหรับจังหวัดกาญจนบุรี
จัดการอยู่ในภาคกลางและอยู่ไม่ไกลจาก กรุงเทพมหานคร สักเท่าไหร่
เรียกได้ว่าเหมาะสำหรับการไปเที่ยวพักผ่อนชิลล์ๆ
ในวันหยุดประจำสัปดาห์ เพราะสามารถไปกลับได้
ไม่จำเป็นต้นไปพักค้างแรม
ซึ่งกาญจนาบุรีนั้นเป็นดินแดนแห่งผืนป่า โถงถ้ำ น้ำตก
พรรณไม้นานาชนิดและวัฒนธรรมอันหลากหลายของผู้คือที่หลายหลาก
เชื้อชาติ ที่อาศัยอยู่ร่วมกัน โดยประกอบด้วย ไทย พม่า มอญ
ปากะญอ(กะเหรี่ยง) ฯลฯ ยิ่งไปกว่านั้น
ที่นี่ยังเต็มไปด้วยเรื่องราวประวัติศาสตร์ อาทิเช่น
เหตุการณ์ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2
ซึ่งเรื่องราวเหล่านั้นมีอนุสรณ์สถานยืนยันเหตุการณ์อยู่หลายแห่งด้วยกั
น ซึ่งวันนี้เราจะพาไปทำความรู้จักกับ 5
สถานที่ท่องเที่ยวของจังหวะกาญจนาบุรี
1.อุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์
สำหรับอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ มีพื้นที่ครอบคลุมถึง 3
อำเภอ ทั้ง อำเภอไทรโยค อำเภอศรีสวัสดิ์ และอำเภอทองผาภูมิ
จังหวัดกาญจนบุรี ด้วยเอกลักษณ์ทางธรรมชาติที่สวยงาม
ป่าต้นน้ำลำธารของแม่น้ำแควใหญ่เหนือเขื่อนศรีนครินทร์มีสภาพป่าสม
บูรณ์เป็นภูเขาสลับซับซ้อน มีสัตว์ป่าชุกชุม
และมีเอกลักษณ์ทางธรรมชาติที่สำคัญหลายแห่งด้วยกัน ทีเด่นๆคือ
น้้ำตกห้วยขมิ้น
2.น้ำตกไทรโยค
โดยน้ำตกไทรโยค นั้นมีทั้งไทรโยคน้อยและไทรโยคใหญ่
ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติไทรโยค
เป็นน้ำตกที่ไหลตกลงจากหน้าผาลงสู่แม่น้ำแควน้อย มีน้ำตลอดปี
และน้ำจะแรงมากในฤดูฝน ซึ่งน้ำตกไทรโยคใหญ่

หรือน้ำตกโจนเป็นจุดเด่นอันดับแรกของอุทยานฯ แห่งนี้
ด้วยลักษณะของน้ำตกที่ไหลลงมาจากตาน้ำในป่าใหญ่อันอุดมสู่แม่น้ำแ
ควน้อย ส่วนน้ำตกไทรโยคน้อย หรือน้ำตกเขาพัง มีขนาดเล็กกว่า
แต่ความสวยงามไม่แพ้กันเป็นน้ำตกหินปูน
นักท่องเที่ยวนิยมแวะเที่ยวชมก่อนจะเดินทางไปยังอำเภอทองผาภูมิ
3.ทางรถไฟสายมรณะ

ทางรถไฟสายมรณะหรือสะพานข้ามแม่น้ำแควเป็นสะพานสายประวัติศา
สตร์ที่สร้างขึ้นสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เดิมได้รับความเสียหาย
และรัฐบาลไทยได้ซ่อมแซมบำรุงขึ้นใหม่ ปัจจุบัน
มีการยกย่องให้สะพานข้ามแม่น้ำแคว เป็นสัญลักษณ์แห่งสันติภาพ
มักจะเป็นจุดที่หลายคนชอบไปเช็คอินถ่ายรูป
4.สังขละบุรี
สังขละบุรี เป็นอำเภอที่ติดต่อกับชายแดนพม่า
ห่างจากตัวเมืองประมาณ 215 กิโลเมตร
โอบล้อมด้วยธรรมชาติและขุนเขาอันเขียวขจี มีแม่น้ำซองกาเลีย
ไหลจากต้นกำเนิดในประเทศพม่า
สังขละบุรีหล่อเลี้ยงผู้คนสองฟากฝั่งแม่น้ำ
และเชื่อมสัมพันธ์ชนชาติมอญ ทั้งสองประเทศ
โดยเมืองนี้มีสถานท่องเที่ยวที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นเมืองบาดาล,
สะพานมอญ, ดูวิถีชีวิตขาวมอญ
5.อุทยานแห่งชาติเอราวัณ
สถานที่แห่งนี้นั้นถือว่าขึ้นชื่อสำหรับเมืองกาญเลยก็ว่าได้
เพราะความสวยอัศจรรย์ของน้ำตกสีเขียวมรกตใสแจ๋วราวคริสตัล
โดยน้ำตกที่ขึ้นชื่อคือน้ำตกเอราวัณ ที่แบ่งออกเป็น 7 ชั้นด้วยกัน
นอกจากนี้อุทยานแห่งชาติเอราวัณ
นั้นถือว่าเป็นสถานที่ถ่ายทำละครหลายเรื่อง…

7195971963

สำหรับบางคนวันหยุดนั้นช่างน้อยนิดเกินกว่าที่จะไปพักผ่อนต่างจังหวัดได้
ทำให้คนกรุงเทพส่วนใหญ่เลือกที่จะอยู่กับครอบครัว อยู่บ้าน แต่ที่จริงแล้ว
ใกล้ๆกับกรุงเทพนั้นก็ยังมีที่เที่ยวและกิจกรรมที่น่าสนใจ ให้ได้ออกไปสูดโอโซนบริสุทธิ์ ทำบุญไหว้พระที่ไม่ไกลจากกรุงเทพเลย
1. นครปฐม เมืองน่าเที่ยวที่มาได้ง่ายๆ ขับรถไม่นานจากกรุงเทพฯ ก็เที่ยวได้หมด
ที่นี่นอกจากจะเป็นจังหวัดที่มีตลาดน้ำมากมาย ถูกใจทั้งนักชิมนักช้อปแล้ว ยังมีที่เที่ยวทางประวัติศาสตร์ วัดวา
และพิพิธภัณฑ์น่าสนใจต่างๆ ด้วย รวมไปถึงพระราชวังที่สวยงาม
คนชอบเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ต้องไม่พลาดมาเที่ยวที่นี่ค่ะ
2.พัทยา ที่เที่ยวใกล้กรุงเทพฯ ขับรถไม่นานก็ถึงแล้ว และนอกจากทะเล และกิจกรรมทางทะเล
พัทยายังมีที่เที่ยวใหม่ๆ ขึ้นมาอยู่เสมอ นอกจากนี้
ที่นี่ยังมีที่เที่ยวใหม่ผุดขึ้นมาให้ได้ไปชิลล์กันอย่างไม่มีเบื่อแน่นอน อย่าง Frost Magical Ice of Siam,
สวนน้ำรามายณะ พัทยา, The Sky Gallery พัทยา อีกด้วย
3.ตลาดน้ำอัมพวา ชื่อที่หลายๆ คนคงคุ้นหูเป็นอย่างดีและหลายๆ
คนคงเลือกที่นี่เป็นจุดหมายปลายทางในวันหยุดสุดสัปดาห์เพื่อที่จะได้สัมผัสเสน่ห์แห่งวิถีชีวิตริมคลองและบ้านเรือน
แบบดั้งเดิม ตลาดน้ำอัมพวาเป็นแหล่งรวมอาหารอร่อยๆ บอกได้เลยว่าบรรยากาศของที่นี่ชิลล์สุดๆ
โดยเฉพาะบรรยากาศยามเย็นของตลาดน้ำอัมพวาที่มีพ่อค้าแม่ค้าพายเรือมาขายของ
รวมไปถึงร้านค้าที่อยู่ด้านบนของทั้ง 2 ฝั่งคลอง
4. หาดบางแสน เป็นชายหาดที่อยู่ใกล้กรุงเทพฯ มากๆ เดินทางแค่ไม่ถึง 2 ชั่วโมงจากกรุงเทพฯ
เสน่ห์ของหาดบางแสนคือเก้าอี้ผ้าใบริมชายหาดให้เราได้นั่งชิลล์รับลมทะเลฟินๆ
5. บางกระเจ้า พื้นที่สีเขียวรูปกระเพาะหมูในอำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ
ปอดกลางกรุงซึ่งมีอากาศบริสุทธิ์ให้สูดได้เต็มปอด ด้วยเสน่ห์ของธรรมชาติ อีกทั้งยังตั้งอยู่ใกล้กรุงเทพฯ
ทำให้บางกระเจ้าเป็นที่เที่ยวยอดนิยม เหมาะกับการมาพักผ่อนหย่อนใจในวันหยุด
6.เกาะล้าน ที่เที่ยวสุดฮิตที่พูดถึงแล้วคงไม่มีใครไม่รู้จัก แต่เสน่ห์ของน้ำใสๆ และทรายขาวๆ
ของที่นี่ก็ยังดึงดูดผู้คนให้เข้ามาเที่ยวอย่างมากมาย และที่สำคัญเกาะล้านยังเดินทางจากกรุงเทพฯ
สะดวกและใช้เวลาไม่นาน ที่เกาะล้านมีหาดสวยๆ มากมายหลายหาดแต่หาดสุดฮิตก็คือ หาดตาแหวน
ที่ใครมาก็ต้องมาเล่นน้ำทะเลที่หาดนี้หรือจะไปถ่ายรูปกับสะพานไม้ชิคๆ ที่ หาดสังวาลย์และยังมี หาดนวล
หาดเทียน ที่มีน้ำใสและทรายละเอียดบอกเลยสายเฟลฟี่ห้ามพลาด…

แนะนำ 2 สถานที่ล่องแก่งเมืองเหนือทั้งสนุก และใกล้ชิดอากาศหนาว

ปลายฝนต้นหนาวแบบนี้การล่องแก่งท่ามกลางบรรยากาศหนาวอาจเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจไม่น้อยเราจึง
ขอแนะนำสองสถานที่ล่องแก่งที่คุณจะได้รับทั้งความสนึกหวาดเสียวตื่นเต้น
และได้ใกล้ชิดกับอากาศหนาวๆปพร้อมๆกันนั่นคือลำน้ำเข็ก และแม่น้ำปายนั่นเอง

ลำน้ำเข็ก
เริ่นกันที่สถานที่แรกอย่างลำน้ำเข็กที่ตั้งอยู่ในจังหวัดพิษณุโลก
โดยที่แห่งนี้ขึ้นชื่อเรื่องการล่องแก่งมาเป็นระยะเวลายาวนานและเป็นหนึ่งในสถานที่ล่องแก่งที่มีชื่อเสียง
มากที่สุดของเมืองไทยอีกด้วยนั่นเพราะลำน้ำเข็กน้นเต็มไปด้วยโขดหินที่ทำให้กระแสน้ำมีเส้นทางที่ขดเคี้ยว
มีความท้าทายต่อการล่องแก่งอีกท้ังยังเป็นระยะทางยาวถึง 8 กิโลเมตรเลยทีเดียว
ยิ่งเป็นช่วงหน้าฝนน้ำก็จะยิ่งมาก และทำให้การล่องแก่งยาก แต่สนุกมากขึ้น
สำหรับลำน้ำเข็กนั้นมีต้นน้ำมาจากแม่น้ำที่อยู่บนเขาค้อ และไหลลงมายังอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง
ซึ่งจะมีปริมาณย้ำมาที่สุดในช่วงเดือน มิถุนายนถึงเดือนตุลาคมแต่ที่น่าสนใจคือมีแก่งแยกย่อยออกไปอีกถึง 17 แก่งเลยทีเดียว
สำหรับผู้ที่จะมาล่องแก่งที่นี่จะมีจุดเริ่มต้นที่ตำบลบ้านท่าข้ามและล่องไปตามแก่งต่างๆที่จะมีความยากง่ายแตกต่างกันออกไป
ซึ่งถ้าใครชอบแบบยากๆก็ต้องไปที่แก่งซาง แก่งนางคอย แก่งโสภารามและแก่งยาวที่จะมีความยากระดับ 5 ซึ่งยากที่สุดของลำน้ำเข็ก
แต่สเน่ห์ของการล่องแก่งลำน้ำเข็กอยู่ตรงที่ทางน้ำนั้นไหลขนานไปกับเส้นทางคมนาคมบนบกที่จะช่วยใ
ห้การเดินทางเป็นไปได้ง่ายขึ้นสะดวกสำหรับนักท่องเที่ยวที่ไปล่องแก่งแห่งนี้แถมยังได้ชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงามอีกด้วย

แม่น้ำปาย
นี่คือแม่น้ำที่จะทำให้การล่องแก่งของคุณเพลิดเพลินสุดๆไปกับธรรมชาติตลอดสองข้างทางเดิมทีปายขึ้น
ชื่อว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่อากาศดีที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทยหลายคนเมื่อพูดถึงปายคงนึกถึงถนนคนเดิน
เมืองปายที่เปรียบเสมือนไฮไลท์ของที่นี่ แต่ที่นี่ก็มีแม่น้ำที่สามารถล่องแก่งได้เช่นเดียวกัน
โดยจุดล่องแก่งของแม่น้ำปายจะเริ่มต้นที่แก่งบ้านน้ำที่อยู่บริเวณอำเภอปางมะผ้า
ซึ่งตลอดสองฝั่งกับระยะทางที่ล่องไปตามแม่น้ำจะเต็มไปด้วยต้นไปนานาพันธ์อีกทั้งยังมีน้ำตกเล็กๆน้อยๆ
ให้ได้ชมกัน แต่ที่เป็นไฮไลท์ของการมาล่องแก่งที่นี่คือเราสามารถล่องไปแวะพักตั้งแคมป์กลางป่าได้ด้วย
อีกทั้ยังมีกิจกรรมอื่นๆระหว่างทางให้ได้ทำกันเช่นการแช่โคลนที่ช่วยให้สุขภาพผิวดีขึ้นหรือจะเป็นแวะ
ชมน้ำตกซูซ่าที่สวยงามก็สามารถทำได้เช่นเดียวกันสำหรับการล่องแก่งนี้จะสิ้นสุดการเดินทางเมื่อแม่น้ำตามล่องที่ไหลมาไปบรรจบอยู่ที่แม่น้ำปาย…